รีวิวหนังเกาหลี parasite

รีวิวหนังเกาหลี parasite

  • Post author:
  • Post category:Blog

พูดได้ว่าแค่พะยี่ห้อหนังรางวัลปาล์มทองจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ก็ทำให้ Parasite แปลงเป็นหนังที่ไม่สมควรพลาดด้วยประการทั้งปวงอยู่แล้ว แต่ว่าในเหรียญอีกด้านของการติดต่อสื่อสารไปยังกลุ่มของผู้คนดูวงกว้างเองตัวหนังก็ราวกับถูกสาปด้วยรางวัลแบบเดียวกัน ด้วยเหตุว่าจากภาพจำของผู้ชมบ้านๆร้านตลาดบางทีอาจตั้งกำแพงแล้วว่าหนังต้องดูยาก คิดเยอะ คิดหัวแทบแตก หรือจะสื่อสารกับกลุ่มชนดูซีรีส์ประเทศเกาหลีเอง นี่ก็ดันไม่ใช่หนังที่มีฉากหวานๆหรือคู่ชวนจิ้นเหมือนดั่งซีรีส์หรรษาที่พวกเขาเสพอยู่ประจำเสียด้วย เอาละ ท่ามกลางความไฮป์ที่เพจหนังหลายๆเพจพยายามกรอกหูพวกเราว่าอย่าพลาด! อย่าพลาด! พวกเราลองดูดีกว่าว่าถ้าคิดกำเงิน สองร้อยกว่าบาท ไปเสียเงินดูหนังประเด็นนี้พวกเราจะได้อะไรบ้าง ไปรับชมกันได้เลยที่เว็บ ดูหนังออนไลน์

แม้การได้ร่วมกินข้าวแล้วก็หัวเราะกับครอบครัวที่ถึงแม้มิได้หรูหรากลับสุขใจเป็นประสบการณ์ชีวิตที่คิดถึงทีไรก็สุขใจ ครอบครัวคิมที่จำเป็นต้องแออัดคับแคบในบ้านใต้ดินแต่มีกันและกันก็จะก่อให้คุณระลึกถึงและได้จับใจกับความสบายที่พวกเขาพร้อมหยิบยื่นให้กันและกัน ตลอดช่วงปูเรื่องของหนังถึงแม้งานภาพที่ อเล็กซ์ ฮง ตากล้องคู่บุญของผู้กำกับ บงจุนโฮ จะถ่ายภาพในบ้านหลังเล็กๆที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำกว่าท้องถนนด้วยเนื้อหาที่มองเห็นอีกทั้งคราบเชื้อราแล้วก็ฝาผนังอันสกปรกแบบคนคุณภาพชีวิตต่ำ

แต่พวกเรากลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ความปรารถนาดีกันและกัน ในทุกช่วงเวลาอีกทั้งการพยายามหาสัญญาณไวไฟฟรี, ขับไล่ไสส่งคนเมาที่มาฉี่ใส่หน้าบ้าน หรือจนถึงตอนพวกเขารับจ้างพับกล่องพิซซ่าท่ามกลางควันจากเครื่องพ่นยากำจัดแมลง พวกเราก็ยังมีความคิดว่าพวกเขาพยายามประคับประคองให้กำลังใจรวมทั้งดูแลกันอย่างยอดเยี่ยม บวกกับบทพูดที่เขียนได้เป็นธรรมชาติแล้วก็ได้รับการถ่ายทอดจากกลุ่มผู้แสดงความสามารถฉกาจก็พร้อมจะให้พวกเราคล้อยตามกับแนวทางร้าย ที่แม้จะเป็นสิ่งไม่ถูกแต่พวกเรากลับรู้เรื่องได้ว่ามันจำเป็นต้องทำ “เพื่อถีบตัวเอง” ออกมาจากชีวิตประชากรชั้นเลวจนถึงอดเอาใจช่วยรวมทั้งลุ้นไปกับชะตาชีวิตของพวกเขาไม่ได้

เรื่องนี้ดูเหมือนจะสุ่มเสี่ยงกับการ ‘สปอยล์’ ที่สุด แต่สิ่งที่พอจะบอกได้อาจจะต้องย้อนไปที่ชื่อภาษาไทยอย่าง ‘ชนชั้นปรสิต’ ที่ทั้งยังบอกใบ้และก็ให้ประเด็นหลักของเรื่องได้ดิบได้ดีที่สุด ณ.จุดนี้หนังปฏิบัติงานกับผู้ชมตั้งแต่บทที่กระมิดกระเมี้ยนสำหรับในการคายข้อมูลแต่ละอย่างออกมาให้ละเอียดไม่ต่างจากหนังทริลเลอร์สไตล์ผู้กำกับ อัลเฟรด ฮิตช์คอก อย่างข้อมูลผู้แสดงนำทั้งยังฝั่งครอบครัวคิมอันแร้นแค้นที่ค่อยๆคายข้อมูลนักแสดงออกมาคู่ขนานไปกับแผนแปลงเป็น ‘กาฝาก’ ครอบครัวปาร์ค และก็ในทางตรงกันข้ามทัศนคติของครอบครัวคนร่ำรวยอย่างครอบครัวปาร์คก็เป็นเสมือนบทเปรียบเทียบโชคชะตาของชนชั้นดูแลกับชนชั้นที่ขอสถาปนาคำว่า “ขออาศัยเขาอยู่” ซึ่งหนังก็เล่นเอาล่อเอาเถิดตั้งแต่การทดลองก่อนเข้างานไปจนกระทั่งสร้างสถานการณ์เชิญชวนระทึกอย่างฉาก “ขอเป็นคนร่ำรวยสักวัน” ที่หนังวางหมากเปลี่ยนเหตุการณ์จนกระทั่งทายใจอะไรไม่ถูกไปพร้อมๆกับการวิเคราะห์วิจารณ์ความแตกต่างในสังคมได้อย่างแยบยลไม่ยีดเยียดรวมทั้งที่สำคัญมองไปอาจเกิดอาการหน้าชาเสมือนถูกลากไปตบกึ่งกลางทางแยก เมื่อพบว่าไปๆมาๆพวกเราก็บางทีอาจอยู่ในสถานะ “ขอเขาอยู่” ในประเทศนี้ไม่มีความแตกต่างกันเลย